css templates ................................................................................................................................................. การกัดเซาะชายฝั่งกรณีท่าเรือบริษัทเชฟรอน

 

การกัดเซาะชายฝั่ง วิกฤตชายฝั่งทะเลภาคใต้

กรณีท่าเรือบริษัทเชฟรอน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

บทความจากหนังสือพิมพ์..

 

เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๕๑ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้จัดประชุมครั้งที่ ๒ เพื่อขอรับฟังความเห็น โครงการก่อสร้างฐานสนับสนุนการปฏิบัติการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย ณ ศาลาประชาคมบ้านบางสาร การประชุมครั้งนี้เน้นประเด็นเกี่ยวกับแบบก่อสร้าง และประเด็นการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในการประชุมบริษัทฯ ได้นำเสนอแบบก่อสร้างเบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยอาคารสำนักงาน โรงเก็บวัสดุ อุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ ขยะ ลานเก็บกองวัสดุ ลานจอดรถ และที่สำคัญแบบก่อสร้างท่าเรือ และเขื่อนกันคลื่น

      สำหรับท่าเรือ มีบริเวณความยาวที่ติดชายหาด ๑,๐๖๙ เมตร ความยาวหน้าท่า ๓๐๐ เมตร เขื่อนกันคลื่นด้านเหนือยาว ๘๘๓ เมตร ยื่นออกจากแนวชายหาดประมาณ ๕๓๑ เมตร เขื่อนกันคลื่นด้านใต้ยาว ๒๒๓ เมตร คาดว่า ผลกระทบสำคัญ จากก่อสร้างดังกล่าว จะทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณด้านเหนือของท่าเรือ เนื่องจากแนวกันคลื่นจะกีดขวาง การเคลื่อนตัวของทรายโดยธรรมชาติซึ่งเคลื่อนจากทิศใต้ไปทิศเหนือ  ทำให้ด้านทิศเหนือไม่มีทรายไปทับถม จึงถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างรุนแรง เช่นที่เกิดขึ้นที่อำเภอหัวไทรและปากพนัง นอกจากนี้ด้านทิศใต้จะทำให้เกิดการทับถม ของทรายมากขึ้นบริเวณปากน้ำคลองกลายด้วย

Option1 (zoom) edit 16-4-51

แบบท่าเรือเบื้องต้นของบริษัทเชฟรอน

 

หากินลำบาก ซ้ำที่ทำกินหดหาย

ประเด็นผลกระทบอีกประการหนึ่ง คือ กระทบต่อที่ทำกินของชาวประมงพื้นบ้าน เนื่องจากพื้นที่ที่จะก่อสร้างท่าเรือ ทั้งหมด ประมาณ ๑,๐๐๐ ยาว (ตามแนวชายหาด)* ๕๐๐ เมตร (ส่วนที่ยื่นไปในทะเล) รวม ๕๐๐,๐๐๐ ตารางเมตร หรือ เท่ากับ ๓๑๒.๕ ไร่ ซึ่งบริเวณนี้เป็นบริเวณติดกับปากแม่น้ำกลาย ด้านทิศเหนือเป็นบริเวณที่มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นบริเวณสันดอนจากแม่น้ำ ที่หากินของชาวประมงพื้นบ้านมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ เลี้ยงลูกหลานสืบทอดต่อกันมา ปัจจุบันการหากินก็ฝืดเคืองกว่าแต่ก่อนอยู่แล้ว หากที่ทำกินต้องลดลงไปอีก ก็อาจจะต้องเลิกอาชีพประมงก็เป็นไปได้

      นอกจากพื้นที่ทำกินที่สมบูรณ์ต้องลดไปแล้ว การขุดลอกร่องน้ำที่ต้องมีการขุดลอกเกือบตลอดเวลาเพื่อให้ลึกพอ ที่เรือจะวิ่งเข้าออกไป อาจมีผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ เนื่องจากฝุ่นและตะกอนจากการขุดลอก รวมทั้งเรือที่จะวิ่งเข้าออกประมาณ ๕๔ ลำ/สัปดาห์ อาจรบกวนที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำซึ่งยังไม่รวมถึงโอกาสการปนเปื้อน ของน้ำมันและสารเคมีต่างๆ จากการเดินเรืออีกด้วย จึงนับว่าเป็นผลกระทบที่สำคัญต่อจำนวนสัตว์น้ำซึ่งบริเวณนี้ ยังเป็นแหล่ง ”เคย(กะปิ)” ซึ่งผลสินค้าที่ขึ้นชื่อของตำบลกลายอีกด้วย

   

สาเหตุการกัดเซาะเกิดจากการก่อสร้างรอดักทราย                                                             สูญเสียงบมหาศาล แต่ก็แก้ไขไม่ได


   

หรือ.... ชายหาดบ้านเราจะเป็นแบบนี้ ?                                               การกัดเซาะรุนแรงตลอดแนวตำบลขนาบนาก อ. หัวไทร

 

พื้นที่บริษัท...ห้ามผ่านบริเวณนี้

การสูญเสียพื้นที่สาธารณะบริเวณชายหาด ทัศนียภาพ และทางสาธารณะ เนื่องจากการสร้างท่าเรือ จึงต้องใช้พื้นที่ชายหาดประมาณ ๑ กิโลเมตร จึงอาจจะทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยและป้องกันความวุ่นวายจากบุคคลภายนอก ซึ่งรวมทั้งถนนสาธารณะ ที่เรียบชายฝั่งทะเลอีกหนึ่งสายซึ่งอยู่ในบริเวณที่ดินของบริษัทด้วย จึงนับเป็นต้นทุนที่สูงมากของคนไทย ทุกคนหรือของประเทศชาติ ที่เหมือนการยกที่ดินสาธารณะของบรรพบุรุษให้กับบริษัทต่างชาติ ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้มีเจตนาคัดค้าน เพียงแต่ให้ความร่วมมือกับบริษัทในการให้ข้อคิดเห็นตามที่บริษัทต้องการ

ภาพชายหาดแบบนี้ คงไม่เหลือให้ลูกหลานได้เห็นอย่างแน่นอน