css templates .......................................................................................................ทีมวิจัย นสธ. จัดเวทีระดมสมองกฎหมายอนุรักษ์หาดทราย 2554

 

เสาร์ที่ ๓๐ เมษายน ๕๔ โครงการวิจัยกฎหมาย การใช้ประโยชน์หาดทรายอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนงาน สร้างเสริมการเรียนรู้กับสถาบันอุดมศึกษาไทย เพื่อการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) จัดประชุมระดมสมองด้านกฎหมาย เพื่อการรักษาหาดทราย ที่ จ.สงขลา

 

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นักวิชาการหลายสาขา อาทิ กฎหมาย ทรัพยากรชายฝั่ง ทรัพยากรน้ำ สถาปัตย์ วิศวกรรมชายฝั่ง สันติศึกษา และรัฐประศาสนศาสตร์ ผู้แทนจากกรมเจ้าท่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่น องค์การพัฒนาเอกชน และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จากหาดทรายพังทลา

 

 

 

ดำเนินรายการโดย คุณยุวดี คาดการณ์ไกล ผอ.แผนงานสร้างเสริมการเรียนรู้ฯ (นสธ.) ร่วมกับ ดร.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา และ อ.อารายา สุขสม นักวิจัยฯ

 

เริ่มต้นด้วยนักวิจัย นสธ. นำเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การใช้ประโยชน์ชายฝั่งและการรักษาชายหาด จุดอ่อนของกฎหมาย และประเด็นที่ต้องการรับฟังความเห็นจากที่ประชุม คือ ๑) ควรมีกฎหมายที่ว่าด้วย การใช้ประโยชน์และคุ้มครองหาดทราย โดยเฉพาะหรือไม่ และ ๒) ควรมีการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ ระหว่างหน่วยงานระดับชาติ กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม

 

ด้านประเด็นการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ฯ ได้รับการถกเถียงอย่างกว้างขวาง ซึ่งกรมเจ้าท่าบอกว่า ได้กระจายอำนาจของตนสู่ท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี ๔๓ ส่วนนักวิชาการและข้าราชการมีข้อสังเกตว่า การให้ความรู้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า

 

นักพัฒนาเอกชนมีความเห็นว่า แม้ในปัจจุบันจะมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น แต่ก็ยังอยู่ภายใต้การครอบงำจากกลุ่มอิทธิพล และการรักษาทรัพยากรชายหาด ต้องกระทำอย่างจริงจังอย่าให้ถูกช่วงชิงไป

 

พี่น้องจากแหลมตะลุมพุก ตื่นแต่เช้าเพื่อขับรถมาประชุม เล่าว่าได้ทำแบบสอบถาม ความต้องการของชาวบ้านขึ้นเอง และพบว่ากว่า ๘๐% ต้องการรักษาหาดทราย และขอให้ อบต. เปลี่ยนการถมหินเป็นการเติมทราย เพื่อรักษาหาดทรายที่ถูกกัดเซาะจากพิบัติภัย เมื่อปลายเดือนมีนาคม ๒๕๕๔

 

สมาคมประมงพื้นบ้าน จ.ปัตตานี แม้จะติดภารกิจสำคัญ ก็เสียสละแบ่งเวลามาร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยเล่าว่า การสร้างเขื่อนริมทะเลที่แหลมตาชี ส่งผลกระทบต่อหมู่บ้านบางตาวา ทำให้หาดทรายและบ้านเรือนพังทลาย และถามว่ากรมเจ้าท่ามีข้อเสนออื่นบ้างใหม ที่นอกจากการสร้างเขื่อนฯที่ทำลายชายหาด

 

พี่น้องบ้านหน้าศาล อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ถามกรมเจ้าท่า (ใส่แว่นในภาพ) ว่าเป็นไปได้ใหม ที่จะรื้อเขื่อนกันทรายที่ไม่ใช้แล้วออกไป เพื่อให้ชายหาดคืนสภาพเดิม เช่นเขื่อนกันทรายปากคลองพังกาด บ้านบ่อคณที อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเลิกใช้งานไปนานแล้ว แต่สงผลเสียหายอย่างมากต่อหาดทรายและชายฝั่ง

 

พี่น้องบ้านหน้าศาล อีกคนให้ข้อคิดว่า การรู้ถึงคุณค่าของหาดทรายมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการรักษาชายหาด และชาวบ้าน อ.สะทิงพระ จ.สงขลา เตือนว่าถ้าสร้างเขื่อนริมทะเลที่หาดทรายแก้ว ก็จะทำให้ชายหาดบ้านวัดขนุนพังทลาย และเคยคัดค้านไม่เอา โครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๒ แต่ถูกทางการใช้อิทธิพลคุกคาม

 

นักวิชาการด้านสันติศึกษา ร่วมให้ความเห็นว่า ปัญหาการพังทลายของหาดทรายริมทะเล เกิดจากภาครัฐฯไม่เห็นความสำคัญของหาดทราย และปัญหานี้ได้สร้างความขัดแย้งและความเครียด ต่อชุมชนชายฝั่งอย่างกว้างขวาง

 

ขณะที่นักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์ เสนอว่า ปัญหาการพังทลายของชายหาด ส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการ ใช้งบประมาณของนักการเมือง และจำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ ในการดูแลชายฝั่งอย่างจริงจัง

 

การประชุมครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อทีวีช่อง 9 อสมท. ในการทำข่าวเพื่อนำเสนอสาระความจริงที่ถูกต้องสู่สังคม ซึ่งจะเป็นแรงขับดันสำคัญ ที่จะช่วยให้หาดทรายได้รับการรักษาไว้ ให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไป

 

 

BWN ขอให้ขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องในการเสียสละเวลา และปัญญามาร่วมกันรักษาหาดทรายไว้ ณ ที่น

 

.

 

รักษ์...หาดทราย

สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ก็คือ ความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของหาดทราย

 

.             

e_book1                    e_book2                    e_book3

 

ท่านที่ต้องการหนังสือ(ฟรี)ไปเผยแผ่ กรุณาแจ้งได้ที่ นสธ. หรือที่ somboon.p@psu.ac.th

Facebook เครือข่ายเฝ้าระวังรักษาชายหาด (Beach Watch Network)

 

ด้วยความเคารพต่อธรรมชาติแห่งหาดทราย ... เครือข่ายเฝ้าระวังรักษาชายหาด (BWN)