css templates ...............................................................................................................................................การพังทลายของชายหาดจากสิ่งก่อสร้างริมทะเล

 

 

การพังทลายของชายหาดจากสิ่งก่อสร้างริมทะเล

(Impact of Coastal Structures on Beach Erosion)

โดย รศ. ดร. สมบูรณ์ พรพิเนตพงศ์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

 


เสถียรภาพของชายฝั่งคืออะไร


ชายฝั่งเป็นบริเวณเขตน้ำตื้นที่คลื่นมีผลกระทบต่อท้องทะเล ทำให้ตะกอนฟุ้งกระจายและเคลื่อนย้าย กระแสน้ำที่เกิดจาก คลื่นลมที่กระทำต่อชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชายฝั่งอยู่ใน “สภาวะสมดุลพลวัต (dynamic equilibrium)” ซึ่งหมายถึง สมดุลบนความเคลื่อนไหว ดังนั้นการพิจารณาเสถียรภาพของ ชายฝั่งจึงต้องมองภาพรวม เป็นฤดูกาล ปี หรือรอบของการคืน สภาพเดิม การเปลี่ยนแปลงสภาพของชายฝั่งด้วยสิ่งก่อสร้าง เช่น เขื่อนกันคลื่น เขื่อนกันทราย รอ กำแพงตลิ่ง ฯ จะเปลี่ยน แปลงทิศทางของกระแสน้ำและการเคลื่อนที่ของ ตะกอน ชายฝั่ง อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปร่างชายฝั่งที่ไม่พึง ประสงค์ นอกจากนี้การสร้างเขื่อนและฝายในแม่น้ำจะกีดขวาง การไหล ของตะกอนลงสู่ทะเล ทำให้ชายหาดขาดแคลนทราย ที่มาหล่อเลี้ยง ผลลัพธ์ก็คือ ชายหาดจะหดสั้นลงและในที่สุด คลื่นก็สามารถเข้าถึงฝั่งและ กัดเซาะซึ่งจะยากต่อการแก้ไข


อะไรคือการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งตามธรรมชาติ (ดูรูปที่ 1 ประกอบ)


ชายฝั่งประกอบด้วยสันทราย ชายหาดและสันดอนใต้น้ำ ซึ่งเป็นบริเวณที่คลื่นเริ่มแตก ในช่วงมรสุมที่คลื่นลมแรง สันทรายจะถูกกัดเซาะ
เป็นแนวตรงดิ่ง และทรายถูกพัดพา ออกสู่ทะเลกลายเป็นสันดอนใต้น้ำ (เส้นทึบ) แต่เมื่อคลื่น ลมสงบคลื่นเดิ่งจะนำทรายนั้นถมกลับสู่ฝั่ง ก่อตัวเป็นชายหาด ดังเดิม(เส้นปะ) ดังนั้นจะเห็นว่ารูปร่างชายหาดจะสมดุลด้วย ตัวเองตามฤดูกาล

.

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 1 สัณฐานของชายหาดตามฤดูกาล


กระแสน้ำทำให้ชายหาดเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร (ดูรูปที่ 2 ประกอบ)


เมื่อคลื่นเคลื่อนที่เป็นมุมเอียงเข้าหาฝั่งจะก่อให้เกิดกระแสน้ำ ที่ไหลลัดเลาะไปตามแนวชายฝั่งและจะพัดพาทรายให้เคลื่อน ที่ไปด้วย ถ้ากระแสน้ำนี้ถูกขัดขวางโดยสิ่งก่อสร้างทรายก็จะ ตกทับถมที่โครงสร้างนั้น ขณะที่อีกด้านหนึ่งจะไม่มีทรายไป หล่อเลี้ยงก็จะเกิดการเสียสมดุลอย่างถาวร
       
เนื่องจากคลื่นแปรเปลี่ยนทิศทางไปตามฤดูกาลจึงทำ ให้การเคลื่อนของตะกอนเปลี่ยนไปมาด้วย ซึ่งเมื่อหักลบกัน แล้วจะได้ค่าสุทธิไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของทิศทางพายุทำให้ไม่สามารถ ประมาณการ เคลื่อนที่ของตะกอนได้ถูกต้อง จะงอยสันทรายที่แหลมตะลุม- พุกและอ่าวปัตตานี เป็นสิ่งบ่งบอกทิศทางการเคลื่อนที่สุทธิ ของตะกอนได้เป็นอย่างดี

 

จริงหรือที่..สิ่งก่อสร้างทำให้ชายฝั่งพังทลาย รุนแรงและลุกลาม (ดูรูปที่ 2-4 ประกอบ)


สิ่งก่อสร้างชายฝั่งอาจแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) ที่สร้างยื่น ออกจากชายฝั่ง เช่น รอหรือคันดักทรายและเขื่อนกันทราย และคลื่น 2) ที่สร้างไว้ในทะเล เช่น เขื่อนกันคลื่น ฯ และ 3) ที่สร้างไว้บนชายหาด เช่น กำแพงตลิ่งแบบต่างๆ

       กรณีของรอและเขื่อนกันทรายฯ กระแสน้ำจะพาทรายมา ทับถมด้านต้นน้ำ ขณะที่อีกด้านหนึ่งจะเกิดการกัดเซาะอย่าง รุนแรง จากนั้นจะลุกลามไปไม่สิ้นสุดเพราะชายฝั่งจะพยายาม จะปรับตัวให้เข้ากับทิศทางใหม่ของคลื่น ชายฝั่งที่เสียสมดุล แล้วจะมีลักษณะลาดชันทำให้ง่ายต่อการพังทลาย แม้แต่ถนน ที่มีการบดอัดอย่างดีก็พังทลายลงในพริบตา ลักษณะเช่นนี้จะ เห็นได้ทั่วไปตลอดแนวชายฝั่งภาคใต้ตั้งแต่ จ.นราธิวาส ถึง จ.นครศรีธรรมราช ดังตัวอย่างการพังทลายของชายฝั่งที่บ้าน บ่อคณที อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ขณะนี้ลุก ลามไปจนถึงแหลมตะลุมพุก

       ถ้ามีการสร้างรอหลายๆตัวจะมีการทับถมที่รอตัวแรกและ กัดเซาะอย่างรุนแรงถัดจากรอตัวสุดท้าย

       ในกรณีการสร้างเขื่อนกันคลื่นที่วางขนานแนวชายฝั่ง ด้าน หลังของเขื่อนจะมีทรายงอก ขณะที่ชายฝั่งจะถูกกัดเซาะ เว้าเป็นอ่าวรูปโค้ง และถัดจากเขื่อนตัวสุดท้ายจะเกิดการ กัดเซาะชายฝั่ง อย่างฉับพลัน ดังเช่น การสร้างเขื่อนกันคลื่น ที่บ้านนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ทำให้ถนนที่แข็งแรง ซึ่งห่างจากทะเลกว่า 80 เมตรพังทลาย และลุกลามทำลาย บ้านเรือนที่บ้านบ่ออิฐที่อยู่ห่างออกไปกว่า 3 ก.ม.

       กำแพงตลิ่งก่อให้เกิดการสะท้อนของคลื่นที่ชายฝั่ง คลื่น จะเพิ่มขนาดขึ้นทวีคูณที่กำแพงซึ่งนอกจากจะทำให้สิ่งก่อ สร้างเสียหายแล้ว ยังทำให้หาดทรายหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะคลื่นสะท้อนนั้นจะหอบทรายออกสู่ทะเลอย่างถาวร ละอองน้ำที่เกิดจากคลื่นกระแทกกำแพงจะปลิวไปในอากาศ เกิดเป็นไอกรดที่กัดเซาะทุกอย่างผุกร่อนเสียหาย นอกจากนี้ กำแพงที่สร้างล้ำลงไปบนชายหาดยังจะทำให้เกิดการกัด เซาะชายฝั่งในลักษณะเดียวกับรอ

มีมาตรการใดบ้างช่วยฟื้นฟูชายหาดให้กลับคืนมา


จากการศึกษาและทำวิจัยการพังทลายของชายฝั่งภาคใต้ ของไทยอย่างต่อเนื่อง พบว่าสัณฐานชายฝั่งตั้งแต่ จ.สงขลา-จ.นครศรีธรรมราชมีหาดทรายที่เป็นแนวยาวเรียบและตรง ซึ่งอ่อนไหวต่อการลุกล้ำของมนุษย์ การกระตุ้นด้วยสิ่งก่อสร้าง ที่ล่วงล้ำชายหาด ทำให้ชายฝั่งต้องปรับตัวใหม่กับสิ่งแปลก ปลอมนั้นและลุกลาม ชายฝั่งที่พังทลายไปแล้วไม่สามารถ เยียวยาได้

       ทางออกที่ดีคือการหามาตรการบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูใน บางแห่ง นั่นคือ สิ่งก่อสร้างชายฝั่งจำนวนมากที่ไม่ใช้ ประโยชน์แล้วควรเร่งรื้อถอนออกไป เพื่อให้ชายฝั่งปรับตัวตาม ธรรมชาติโดยเร็ว การเติมทรายให้กับชายฝั่งจะให้ผลดีที่สุด

        การถ่ายเททรายจากที่ถูกดักเก็บไว้ในบริเวณเขื่อนกัน ทรายไปสู่ด้านที่ถูกกัดเซาะ จะลดปัญหาได้อย่างรวดเร็วและ ยังช่วย เสริมความมั่นคงให้กับชายหาดส่วนอื่นๆ
       นอกจากนี้การลักลอบขุดทรายจากชายฝั่งก็เป็นสาเหตุ สำคัญที่ทำให้ชายฝั่งสูญเสียชายหาดถาวร จึงต้องเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการนำทรายออกไป
       การเพิ่มเสถียรภาพให้ชายฝั่งโดยไม่สร้างกำแพงล่วงล้ำ ชายหาดและไม่เป็นกำแพงแนวดิ่ง การปลูกต้นไม้แนวชายฝั่ง จะช่วยยึดทรายและลดการแพร่ของไอกรดลงได้เป็นอย่างดี
       
ต้องเร่งประเมินโครงการฯต่างๆที่ผ่านมาเพื่อเป็นบทเรียน และชดใช้ความเสียหายแก่บ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากโครงการของรัฐฯโดยเร็ว การจัดการทรัพยากร ชายฝั่งเป็นมาตรการที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ประโยชน์อย่าง ยั่งยืน

 

 

 

 

 

 

 

 

(ก) กระแสน้ำเลียบฝั่ง

 

(ข) เขื่อนกันคลื่น

 

(ค) รอ หรือเขื่อนกันทราย

 

(ง) รอหลายตัว

รูปที่ 2 (ก) กระแสน้ำเลียบฝั่งเกิดจากคลื่นที่กระทำเป็นมุม เอียงกับแนวชายฝั่ง (ข) การกัดเซาะชายฝั่งจากเขื่อนกันคลื่น (ค) การกัดเซาะชายฝั่งจากรอ และ (ง) การกัดเซาะชายฝั่ง จากรอหลายตัว

 

  

  

รูปที่ 3 (ก) การพังทลายของชายฝั่งเนื่องจากรอหรือคันดักทรายที่บ้าน บ่อคณที อำเภอปากพนัง และ
(ข) การสะท้อนของคลื่นที่กำแพงตลิ่งบ้านหน้าศาล อำเภอหัวไทร

 

   

รูปที่ 4 การพังทลายของชายฝั่งและถนนเนื่องจากเขื่อนกันคลื่นที่บ้านนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

 

Down load เอกสารการพังทลายของชายหาดจากสิ่งก่อสร้างริมทะเล (ฉบับ pdf) ได้ที่นี่